แสงสีฟ้า หรือแสงสีน้ำเงิน คืออะไร? มีอันตรายต่อดวงตาหรือไม่?

© 2019 COSMO99 COMPANY LIMITED

  • Black Facebook Icon
  • Black Line Icon
  • Black Instagram Icon

แสงสีฟ้า หรือแสงสีน้ำเงิน คืออะไร? มีอันตรายต่อดวงตาหรือไม่?


เราต้องเผชิญกับแสงสีฟ้าตลอดทั้งวัน จากโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ รวมไปถึงแสงแดดจากดวงอาทิตย์

ในชีวิตประจำวันของเราต้องพบกับแสงสีฟ้าตลอดเวลา การเปิดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆ หรือการออกไปเดินเล่นกลางแสงแดด ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ดวงตาของเราทำงานหนัก เนื่องจากต้องเผชิญกับแสงสีฟ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา


คนส่วนใหญ่จะทราบเพียงว่าแสงแดดมีรังสี UV หรือรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งสามารถทำให้ผิวไหม้ และดำลง แต่คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าแสงที่มองเห็นได้จากดวงอาทิตย์นั้น ประกอบด้วยสีต่างๆ ซึ่งมีปริมาณพลังงานจากรังสีที่ไม่เท่ากัน


แสงสีฟ้าคืออะไร?

แสงแดดประกอบด้วย สีแดง, สีส้ม, สีเหลือง, สีเขียวและสีน้ำเงิน แต่ละเฉดสีของสีเหล่านี้มีพลังงานและความยาวคลื่นของรังสีแต่ละชนิดในตัวเอง (เรียกอีกอย่างว่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้า) เมื่อรวมสเปกตรัมแสงสีเข้าด้วยกันจะสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า "แสงสีขาว" หรือแสงแดด

รังสีของแสงที่มีความยาวคลื่นค่อนข้างยาวจะมีพลังงานน้อยกว่าและรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้นจะมีพลังงานมากกว่า


รังสีสีแดงที่มองเห็นนั้นมีความยาวคลื่นนานกว่าดังนั้นจึงมีพลังงานน้อยลง รังสีที่ปลายสีน้ำเงินของสเปกตรัมมีความยาวคลื่นสั้นลงและมีพลังงานมากขึ้น


รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่เหนือปลายสีแดงของแสงที่มองเห็นนั้น เรียกว่าอินฟราเรด ส่วนอีกด้านหนึ่งในส่วนที่มองเห็นได้นั้นเป็นแสงสีฟ้า ที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด และมีพลังงานสูงสุด บางครั้งเรียกว่าแสงสีฟ้าม่วงหรือม่วง และรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มองไม่เห็นเรียกว่ารังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV


ภัยและประโยชน์ของ UV

รังสียูวีมีพลังงานสูงกว่าแสงปกติ ซึ่งหากอยู่ภายใต้รังสียูวีนานๆทำให้ผิวหนังไหม้และก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ นอกจากนั้นแสง UV ยังก่อโรคให้กับดวงตา เช่น ต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม และโรคเกี่ยวกับดวงตาอื่นๆ แต่รังสีอัลตราไวโอเลตก็มีข้อดี หากได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ โดยรังสียูวีจะช่วยให้ร่างกายผลิตวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอ


นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าสเปกตรัมแสงที่มองเห็นประกอบด้วยรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 380 นาโนเมตร บนปลายสีน้ำเงินของสเปกตรัมจนถึงประมาณ 700 นาโนเมตรบนปลายสีแดง (นาโนเมตรคือหนึ่งในพันล้านของเมตร คือ 0.000000001 เมตร) โดยทั่วไปแล้วแสงสีฟ้าหมายถึงแสงที่มองเห็นได้ตั้งแต่ 380 ถึง 500 นาโนเมตร บางครั้งแสงสีน้ำเงินถูกแบ่งย่อยออกเป็นแสงสีฟ้าม่วง (ประมาณ 380 ถึง 450 นาโนเมตร) และแสงสีฟ้าอมเขียว (ประมาณ 450 ถึง 500 นาโนเมตร)

ดังนั้นประมาณหนึ่งในสามของแสงที่มองเห็นทั้งหมด คือ "แสงสีฟ้า"


สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับแสงสีฟ้า

เช่นเดียวกับรังสีอุลตร้าไวโอเลต แสงสีฟ้าที่มองเห็นได้มีทั้งประโยชน์และอันตราย ต่อจากนี้จะพูดถึงเรื่องของแสงสีฟ้า


1. แสงสีฟ้ามีอยู่ทั่วไป

แสงแดดเป็นแหล่งกำเนิดแสงสีฟ้า แต่ก็มีแหล่งกำเนิดแสงสีฟ้าจากในอาคาร เช่น ฟลูออเรสเซนต์และหลอดไฟ LED และโทรทัศน์จอแบน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิตอลอื่น ๆ ซึ่งปล่อยแสงสีฟ้าจำนวนมาก ปริมาณของแสง HEV หรือแสงสีฟ้า ที่อุปกรณ์เหล่านี้ปล่อยออกมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเมื่อเทียบกับแสงของดวงอาทิตย์ที่ปล่อยออกมา แต่ด้วยระยะเวลาที่เราใช้อุปกรณ์เหล่านี้ รวมถึงการใช้งานของเราต้องอยู่ใกล้กับหน้าจอ ทำให้ตาของเราทำงานหนักจากการรับแสงสีฟ้าตลอดเวลา

2. รังสีของ HEV หรือแสงสีฟ้า ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีฟ้า

ความยาวคลื่นสั้นที่ปลายแสงสีฟ้าสามารถมองเห็นได้ง่ายกว่ารังสีแสงอื่น ดังนั้นเมื่อแสงผ่านโมเลกุลของอากาศและน้ำในชั้นบรรยากาศ ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีฟ้า


3. ดวงตาของเราไม่สามารถป้องกันแสงสีฟ้าได้

ปกติแล้วดวงตาของมนุษย์มีประสิทธิภาพมากในการปิดกั้นรังสียูวีไม่ให้เข้าถึงเรตินา รังสียูวีจากดวงอาทิตย์สามารถเล็ดรอดไปถึงเรตินาได้น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าเราจะไม่ได้สวมแว่นกันแดด

อย่างไรก็ตาม เราควรสวมแว่นตากันแดดที่ป้องกันรังสี UV 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วยปกป้องดวงตาจากโรคต้อกระจก และต้อเนื้อ แต่ในทางกลับกันแสงฟ้าทั้งหมดสามารถทะลุผ่านกระจกตาไปถึงเรตินาได้โดยตรง


4. แสงสีฟ้าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของดวงตา

เมื่อแสงสีฟ้าเข้าไปจนถึงเรตินา แสงสีฟ้าจะทำลายเซลล์ของดวงตาที่ไวต่อแสง สิ่งนี้ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของจอประสาทตา ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวร


5. แสงสีฟ้าก่อให้เกิดความเครียดของตา

เนื่องจากความยาวคลื่นสั้นของแสงสีฟ้ามีพลังงานสูงและกระจายได้ง่ายกว่าแสงอื่นๆ เพราะฉะนั้นเลนส์แว่นตาสีเหลืองอาจช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อดูอุปกรณ์ดิจิตอลเป็นระยะเวลานาน


6. แสงสีฟ้าก็มีข้อดี

แสงสีฟ้ามีข้อดีหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสม เพราะแสงสีฟ้าจะช่วยเพิ่มความตื่นตัว ช่วยในการทำงานของสมอง และยกระดับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น แต่หากได้รับแสงสีฟ้าที่มากเกินไปในเวลากลางคืน เช่น การอ่านนวนิยายบนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต อาจทำให้เรานอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท


การต้องเผชิญกับแสงสีฟ้าตลอดทั้งวันนั้นไม่เป็นผลดีกับดวงตาของเรา หากจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ เป็นเวลานาน เราควรพักสายตา เช่น มองไปไกลๆทุกๆ 20 นาที ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานผักผลไม้สีเหลืองส้มจะช่วยบำรุงสายตาได้


เราควรใช้แว่นตาเลนส์บลู หรือบลูออโต้ ซึ่งจะช่วยปกป้องดวงตาของเราจากแสงสีฟ้าได้ หากต้องการคำปรึกษาเรื่องปัญหาสายตา หรือแว่นตา ทางร้านแว่นตา Simply Thailand มี ผู้เชี่ยวชาญมากมายที่มีประสบการณ์พร้อมให้คำปรึกษา สามารถสอบถามได้ทุกช่องทางของ Simply Thailand ค่ะ

ดู 16 ครั้ง